โดย มุกดาวรรณ ศักดิ์บุญ www.prachatai.com
ผู้ชายคนหนึ่งชื่อ ณรงค์ศักดิ์ กอบไธสง อายุ 55 ปี เสียชีวิตจากเหตุปะทะกันระหว่าง ฝ่ายที่มีชื่อเรียกว่าแนวร่วมประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กับกลุ่มผู้ชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ที่มีชื่อเรียกกันว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
นางอนันยา พลเยี่ยม อายุ 40 ปี ตัวแทนกลุ่มสตรีเพื่อประชาธิปไตย เล่าว่า เคยพูดคุยและรู้จักกับผู้ตายในการชุมนุมที่สนามหลวง จากคำบอกเล่าของคุณอนันยา ในคืนที่เกิดเหตุ ผู้ตายพยายามวิ่งหนีแต่ถูกตามกระชากล้มลงแล้วรุมตี
รายงาน ข่าวจากหนังสือพิมพ์แนวหน้า ระบุว่าเขาถูกตีที่ใบหน้าและศีรษะ ฟันหักทั้งปาก ใบมรณบัตรที่ออกโดยโรงพยาบาลวชิระ ระบุสาเหตุการตายว่าเกิดจากกะโหลกศีรษะแตก
ภาพ ข่าวโทรทัศน์บางช่องทั้งไทยและเทศ แสดงให้เห็นคนที่ถูกตีล้มลง แล้วยังถูกกระหน่ำตีซ้ำ ภาษากฎหมายคือ เจตนากระทำรุนแรงโดยประสงค์ต่อชีวิต
ในยามเงื้อไม้และอาวุธอื่นๆ หวดกระหน่ำลงบนร่างของคนคนหนึ่งที่เห็นได้ว่ายังหายใจอยู่ ผู้กระทำรุนแรงต่อคุณณรงค์ศักดิ์คิดอะไร
ปกป้องสิ่งใดอยู่หรือ ยึดถือสิ่งใดอยู่เล่า
ใยทำกับเขาราวไม่ใช่คน
อุดมการณ์ชนิดใดกัน ที่หยันเหยียด ลดทอนคุณค่าชีวิต
คุณณรงค์ศักดิ์ อาจจะไม่เห็นด้วยกับแนวคิดทางการเมืองของฝ่ายที่ต่อต้านรัฐบาล แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าความเป็นคนของเขาจะลดน้อยลงไป
เขาเป็นคน มีเลือด มีเนื้อ มีความคิด ความรู้สึก มีญาติพี่น้อง เพื่อนฝูงคนรู้จัก
เราจะปิดตา ปิดหู ทำราวกับว่าความตายของคุณณรงค์ศักดิ์ไม่ได้เกิดขึ้น กระนั้นหรือ
ข้าพเจ้า ไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ ไม่เคยรู้จักคุณณรงค์ศักดิ์ จึงได้แต่อาศัยข้อมูลที่มีการรายงานผ่านทางสื่อมวลชนต่างๆ พอให้ได้รู้บ้างว่า พ่อแม่เขาเสียชีวิตไปนานแล้ว มีพี่สาวคนหนึ่ง ตัวเขาเองยังไม่มีครอบครัว เรียนจบชั้นประถมปีที่ 4 ไม่มีงานทำที่แน่นอน เป็นคนชอบชุมนุม ได้เข้าชมรมคนรักโคราชมาเป็นเดือนแล้ว โดยส่วนตัวเป็นคนดีมีน้ำใจ [1]
ในวันที่มารับศพ พี่สาวของคุณณรงค์ศักดิ์ คือ นางชบา สิงหกลางพล อายุ 70 ปี อยู่บ้านเลขที่ 67 หมู่ที่ 5 ต.ไทรโยค อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี เล่าว่า คุณณรงค์ศักดิ์ เป็นน้องคนสุดท้องในบรรดาพี่น้องทั้งหมด 5 คน พี่ชายคนโตชื่อ นายเที่ยงธรรม ณ เมืองพุทธซึ่งเคยเป็นนักโทษทางการเมืองช่วงเหตุการณ์เดือน ต.ค. 2516 – 2519 และเป็นนักโทษทางการเมืองคนแรกที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษ [2]
จากคำบอกเล่าของพี่สาว คุณณรงค์ศักดิ์ เกิดที่ อ.พุทไธสง จ.บุรีรัมย์ จากนั้นพ่อแม่พาย้ายเข้ามาอยู่ย่านบางแค ก่อนจะไปตั้งรกรากประกอบอาชีพทำไร่ทำสวนที่ จ.กาญจนบุรี
คุณ ชบา เล่าว่า น้องชายเป็นคนไม่มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง เนื่องจากยังไม่มีครอบครัว เป็นคนมีเพื่อนเยอะ มีความคิดทางการเมือง มีอุดมการณ์ซึ่งเงินไม่สามารถซื้อได้
เธอ บอกว่า ไม่ได้เจอกับน้องชายหนึ่งเดือน ก่อนจะเสียชีวิต น้องชายโทรศัพท์มาบอกว่ากลับจากเยี่ยมญาติที่โคราชแล้วจะไปร่วมชุมนุมกับ เพื่อนที่สนามหลวง แต่ไม่คิดว่าจะต้องมาจบชีวิตเช่นนี้ เพื่อนบ้านที่เห็นข่าวมาเล่าให้ฟังตอนแรกก็ไม่เชื่อ
คุณ ชบา บอกว่า อยากทวงถามความรับผิดชอบการเสียชีวิตของน้องชาย จากทั้งกลุ่มพันธมิตรฯ และรัฐบาล โดยอยากขอพบนายกรัฐมนตรีเป็นการส่วนตัวด้วย [3] เพื่อสอบถามว่า ใครจะรับผิดชอบการตายของน้องชาย
“รู้สึกเสียใจมาก เรื่องเช่นนี้ไม่น่าจะเกิดกับคนไทยที่เคยได้ชื่อว่ามีจิตใจดี ขอประณามผู้ที่ก่อเหตุ” คุณชบา ให้สัมภาษณ์กับนักข่าว
เหตุการณ์ปะทะกันระหว่างฝ่ายสนับสนุนกับฝ่ายต่อต้านรัฐบาลเมื่อวันที่ 2 ก.ย นั้น เป็นสิ่งที่คาดกันอยู่แล้ว รอเพียงแต่วันเวลาที่จะปะทุขึ้นเท่านั้น หาใช่เป็นเรื่องคำถามว่าทำไมไม่
ไม่ ว่าคุณณรงค์ศักดิ์ จะมีแนวคิดทางการเมืองเป็นเช่นไร นั่นไม่ได้ลดทอนความจริงที่ว่า เขาเป็นมนุษย์ มีที่มาที่ไป มีญาติพี่น้อง มีเพื่อนฝูง คนรู้จัก เป็นเพื่อนร่วมโลกของเราคนหนึ่ง
ผู้ ชุมนุมกลุ่มพันธมิตร มักพูดอยู่เสมอว่า เหตุผลที่พวกเขาต้องออกมาเคลื่อนไหว กระทำการต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการชุมนุม การบุกยึดสถานีโทรทัศน์ทางการ ทำเนียบรัฐบาล กระทรวงบางแห่ง สนามบิน การขู่ตัดน้ำตัดไฟ ฯลฯ นั้น เป็นไปเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชน และสถาบันพระมหากษัตริย์ – คำกล่าวอ้าง ซึ่งเริ่มมีผู้ตั้งข้อสงสัยเพิ่มมากขึ้น
พวกพันธมิตรเชื่อมั่นในความถูกต้องชอบธรรมในการดำเนินการต่างๆ ของพวกเขา แกนนำบางคนถึงกับประกาศบนเวทีชุมนุมว่า แม้แต่ “ฟ้า” ยังสนับสนุนการกระทำของพวกเขา
หาก แต่ ไม่มีอุดมการณ์ชนิดใด แม้สูงส่งเทียมฟ้า ที่ใครจักอ้างเอาเป็นความชอบธรรมในการเข่นฆ่า ทำลายล้างชีวิตคนได้ ไม่ว่าคนคนนั้นจะมีแนวคิดทางการเมืองเช่นใดก็ตาม
ถ้า “ฟ้า” มีจริง คนไทยบางส่วนคงอยากทวงถามคำตอบจากฟ้าเช่นกัน
อ้างอิง
[1] ไสว กอบไธสง และสายชล สีทัน ให้สัมภาษณ์เนชั่นชาแนล วันที่ 2 ก.ย 2551
[2] รายงานข่าว เดลินิวส์ ออนไลน์ (“หวั่นม็อบชนม็อบซ้ำปรับแผนรับมือ ‘ปชป.พปช.‘ซัดกลางสภาแฉ‘ออฟโฟร์) วันที่ 4 ก.ย 2551
[3] รายงานข่าวของสำนักข่าวไทย วันที่ 4 ก.ย 2551 (“ญาติผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะกัน ติดต่อขอรับศพแล้ว”)